logo-thetopics-moblie

มีรัฐไปทําไม มองแง่ประวัติศาสตร์กับปรัชญา





ครับ ! รัฐบาลไทยรัฐบาลเดียวกัน หน่วยงานก็สังกัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเดียวกันคอมพิวเตอร์ออนไลน์ก็มีแต่ประชาชนครับต้องเป็น ผู้แจ้งให้หน่วยงานของรัฐทั้งสองทราบเนื่องจากท่านประสานงานกันไม่ได้ คราวนี้เอาการย้ายคน เข้า-ออกในทะเบียนบ้านจากปลายทางหรือ ต้นทาง

ซึ่งทางกระทรวงมหาดไทยท่านมีศูนย์ตอบปัญหาการย้าย-เข้า-ออก เบอร์ 1548 ตลอดเวลาราชการเลย แต่ก็ย้ายไม่ได้หรอกครับ เพราะคนให้คําแนะนํา กับคนที่อยู่งานทะเบียนของอําเภอกับงาน ทะเบียนเขต ถือระเบียบกันคนละฉบับ ประชาชนต้องไปรายงานตัว ทั้งสองแห่งครับ คอมพิวเตอร์ออนไลน์มีใช้แล้วนะครับ หากมอง 2 เรื่องนี้ในแง่ประวัติศาสตร์ก็จะเข้าใจอย่างแจ้งชัด แล้วก็สบายใจ ซึ่งก็นับว่าเป็นส่วนดีของ วิชาประวัติศาสตร์ กล่าวคือตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มาแล้วที่คนอาศัยอยู่บนผืน

แผ่นดินไทย นั้นส่วนใหญ่เป็นไพร่ คืออาศัยอยู่หรือถูกกวาดต้อน มาอยู่ในแผ่นดินไทย ก็ต้องทําหน้าที่รับใช้มูลนาย ปีละหกเดือน กล่าวคือจะขุดคลอง สร้างกําแพงเมือง หรืองานโยธา ทุกชนิด พวกไพร่นี้ต้องไปทําฟรีแถมยังต้องหาเสบียง อาหารเครื่องไม้ เครื่องมือไปเองด้วย แล้วยังต้องเอาไป ฝากมูลนายอีก คิดดูเถิดปีหนึ่งอยู่บ้านหกเดือน ถ้าเกิดศึกสงครามก็ไปหายเลย เป็นปีๆ ถ้าไม่ตายเสีย ผู้หญิง ไทยก็ต้องเป็นใหญ่ในครอบครัว เพราะผู้ชายไม่ค่อยอยู่บ้าน

เราเพิ่งมาเลิกระบบไพร่กันในสมัยรัฐกาลที่ 5 นี่เองตอนที่ท่าน ปฏิรูปการปกครองปี พ.ศ. 2435 ยิ่งพอ ถึงสมัยประชาธิปไตย ภายหลัง พ.ศ. 2475 แล้ว พวก ลูกหลานไพรก็เข้ามารับราชการ เป็นใหญ่เป็นโตในระบบราชการใหม่ แต่ความรู้สึกที่ฝังอยู่เดิม เรื่องมูลนายก็ยังอยู่ ก็เลยเป็นมูลนาย กับไพร่กันอยู่แม้ในปัจจุบัน

ถ้าเข้าใจอย่างนี้แล้วก็จะสบายใจ เหมือนพวกที่เข้าเรียนมหาวิทยาลัย นั่นแหละ เข้าไปที่หนึ่งก็ถูกเขารังแก สารพัด น้องใหม่มีสิทธิเท่ากับศูนย์ คอยล้างแค้นเอาตอนขึ้นปีสอง คือ รังแกไอ้พวกปีหนึ่งที่เข้าใหม่มาอีก ตอนนี้พวกลูกไพร่ก็มารังแกประชาชน ต่อไปลูกประชาชนไปเป็น มูลนายก็เอา ไว้รังแกลูกชาวบ้านกันอีกต่อไปถือ เสียว่าเป็นเรื่องธรรมชาติ

แต่ถ้าเรามองในแง่ปรัชญาก็ จะเห็นว่ารัฐมี 2 แบบคือ 1. รัฐเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประชาชนอยู่เพื่อรัฐทํางานเพื่อรัฐ และตายเพื่อรัฐ 2. รัฐเป็นสิ่งที่รวมเพื่อบริการประชาชน

เมื่อก่อนนี้การที่เชื่อว่ารัฐเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็อาศัยความเชื่อทางศาสนา เช่น ทางศาสนาคริสต์เขาก็ว่าพระมหากษัตริย์เป็นขุนพลของพระเจ้า ทางฮินดูก็ว่าพระเจ้าแผ่นดินคือพระวิษณุ อวตารลงมาต่อมาภายหลัง ก็จัดความ เป็นชาตินิยมเป็นความศักดิ์สิทธิ์หรือไม่ก็เอา ความเป็น คอมมิวนิสต์ เป็นความศักดิ์สิทธิ์ของรัฐ ซึ่งประชาชนต้องอยู่เพื่อรัฐ ทํางานเพื่อรัฐ และตายเพื่อรัฐ

ส่วนแนวความคิดที่สองคือ รัฐเป็นสิ่งรวมเพื่อการบริการประชาชนนั่นก็คือ แนวความคิดตามแบบประชาธิปไตย คือ การที่ประชาชนรวมตัวกันอยู่ในรัฐ เพื่อมุ่งหวังได้บริการจากรัฐ อาทิ ความ ปลอดภัยโดยมีทหารตํารวจ คุ้มครองหรือ ความมั่งคั่ง โดยการจัดระเบียบ ของระบบเศรษฐกิจ ของรัฐเป็นต้น

เมื่อพิจารณาทางด้านปรัชญา แล้วเกิดความกลุ้มใจไม่เหมือน พิจารณาทางด้านประวัติศาสตร์ เพราะว่าไม่รู้ว่าประเทศไทยเป็นรัฐ แบบที่หนึ่งหรือแบบที่สอง เนื่องจากเราพูดว่าประเทศไทยเป็น 4 ประชาธิปไตย แม้ในรัฐธรรมนูญก็ยังไว้ว่าเช่นนั้น แต่ในทางปฏิบัติ เหมือนว่าไทยเราเป็นรัฐแบบที่ หนึ่ง หรือเปล่าก็ไม่รู้

ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

Discover Our

ARTICLES

picture-articles

มีรัฐไปทําไม มองแง่ประวัติศาสตร์กับปรัชญา

ครับ ! รัฐบาลไทยรัฐบาลเดียวกัน หน่วยงานก็สังกัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเดียวกันคอมพิวเตอร์ออนไลน์ก็มีแต่ประชาชนครับต้องเป็น ผู้แจ้งให้หน่วยงานของรัฐทั้งสองทราบเนื่องจากท่านประสานงานกันไม่ได้ ...

21 SEP, 1994
picture-about-us

ความลับเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

เชื่อหรือไม่ว่าในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาสองครั้ง ในประวัติศาสตร์นั้นๆ ประชาชนชาวอเมริกันไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ประธานาธิบดีแล้ว ปรากฏว่าเสียงของประชาชนไม่มีความหมาย คนที่ได้ คะแนนเสียงน้อยกว่ากลับได้เป็นประธานาธิบดี

31 OCT, 1995
picture-about-us

ซากแดนของภูมิรัฐศาสตร์

วิชาภูมิรัฐศาสตร์ว่ากันว่าเริ่มที่สวีเดน มาสะสมองค์ความรู้แบบ ทฤษฎีที่สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ และมาเจริญสุดยอดที่เยอรมนี ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองแต่มาเสื่อม ในฐานะวิชาการ หลังจากที่มีระเบิดนิวเคลียร์ ...

18 JAN, 1996