logo-thetopics-moblie

ความลับเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา





เหตุการณ์ทํานองเดียวกันนี้เกิดขึ้นในปี ค.ศ.1889 โดย นายเบนจามิน แฮริสัน แห่งพรรครีพับลิกัน กับ นายโกร์เวอร์ คลีฟแลนด์ แห่งพรรค เดโมแครต ต่างก็สมัครแข่งขันเพื่อเอาตําแหน่งประธานาธิบดีเช่นกัน ผลปรากฏว่าประชาชนเลือกนายแฮริสัน ห้าล้านสี่แสนสามหมื่นเก้าพัน แปดร้อยห้าสิบสามคะแนน และ เลือกนายคลีฟแลนด์ ห้าล้านห้าแสน สี่หมื่นสามร้อยเก้าคะแนน

ซึ่งประชาชนเลือกนายคลีฟแลนด์มากกว่านาย แฮริสันถึง หนึ่งแสนสี่ร้อยห้าสิบหกคะแนน แต่นาย คลีฟแลนด์มาแพ้ที่ Electoral College Vote โดย นายคลีฟแลนด์ได้ Electoral College Vote เพียง หนึ่งร้อยหกสิบแปดคะแนน ในขณะที่นายแฮริสันได้ Electoral College Vote ถึง สองร้อยสามสิบสามคะแนน นายแฮริสันจึงได้เป็นประธานาธิบดีคนที่ยี่สิบสาม ไป ทําไม? ท่านผู้อ่านอาจจะสงสัย ก็เพราะว่า Electoral College Vote เป็นการนับคะแนนเสียงแบบทางการ ส่วนที่ประชาชนลงคะแนนเสียง เลือกนั้นเป็นการเลือกผู้ที่จะไปลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดี อีกที่หนึ่งต่างหาก

ประกอบกับ Electoral College Vote นั้นมี ลักษณะแบบ “ชนะได้หมด แพ้ไม่ได้เลย” อยู่แล้ว ทําให้ผู้ที่สมัครแข่งขันในตําแหน่งประธานาธิบดี สามารถ ชนะคะแนนเสียงในรัฐใหญ่ๆ ที่มี Electoral College Vote มากๆ เช่น มลรัฐนิวยอร์ก แคลิฟอร์เนีย อิลลินอยส์ โอไฮโอ เท็กซัส เพนซิลวาเนีย เป็นต้น ถึงแม้จะชนะด้วยคะแนนเสียงไม่มาก หรือพูดกันแบบชาวบ้าน ที่เรียกว่า “เฉือน” กันสักสองสามร้อยคะแนนก็สามารถจะได้ Electoral College Vote ทั้งหมด ส่วนมลรัฐอื่นๆ ที่มี Electoral College Vote ไม่ มาก เช่น ไวโอมิง อลาสก้า เนวาดา ไอดาโฮ มอนทา นา ยูทาห์ เหล่านี้ถึงจะแพ้ด้วยคะแนนเสียง จากประชาชนมากๆ ก็ไม่เป็นไร เพราะมี Electoral College Vote น้อย

ในปี ค.ศ.1960 การชิงชัยในตําแหน่งประธานาธิบดี ระหว่าง นายริชาร์ด เอ็ม. นึกสัน พรรครีพับลิกัน กับ นายจอห์น เอฟ. เคนเนดี้ พรรคเดโมแครต ได้แสดงให้เห็นว่านายเคนเนดี้ชนะนายนิกสันใน Electoral College Vote 303 คะแนน ต่อ 219 ซึ่งประชาชน เลือกนายเคนเนดี้ด้วยคะแนนเสียง สามสิบสี่ล้านสองแสนสองหมื่นเจ็ดพันเก้าสิบหกคะแนน ต่อนายนิกสัน สามสิบสี่ล้านหนึ่งแสนเจ็ดพันหนึ่งร้อยสี่สิบห้าคะแนน ที่เป็นดังนี้ เพราะนายเคนเนดี้ชนะในรัฐใหญ่ๆ ที่มี Electoral College Vote มาก และมีประชาชนมากด้วย

ในปัจจุบันระบบ Electoral College Vote ก็ยัง คงใช้ในการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาอยู่ ถึงแม้ว่าจะมีการพยายาม ล้มเลิกหลายครั้งแล้วก็ตาม ใครเลือกประธานาธิบดี เมื่อพิจารณาวิธีการเลือกตั้งประธานาธิบดีมาตราที่ 2 ของรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกาแล้วจะเห็นว่าผู้ที่เลือก ประธานาธิบดีจริงๆ นั้น มีจํานวนเพียง 538 คนเท่านั้น คะแนนเสียงส่วนมากคือ 270 เสียง จากจํานวน 538 เสียงก็พอเพียงที่จะเลือกผู้ใดก็ตามที่มีคุณสมบัติ ตาม รัฐธรรมนูญขึ้นเป็นประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาได้ ไม่จําเป็นต้อง คํานึงถึงคะแนนเสียงของประชาชนทั้งประเทศที่ว่าจะเป็นอย่างไร คะแนนเสียงข้างมาก ของผู้ที่มีหน้าที่เลือกตั้งประธานาธิบดีจากมลรัฐต่างๆ ทั้ง 538 คนนี้ เป็นการเลือกประธานาธิบดีอย่างแท้จริง

มันเป็นความตั้งใจของบรรดาผู้นําของสหรัฐอเมริกาเมื่อครั้ เริ่มร่าง รัฐธรรมนูญอยู่ ที่ต้องการให้สิทธิ เลือกตั้งประธานาธิบดีนั้นเป็นของ คนกลุ่มน้อยที่มีความรู้มีความรับผิดชอบ พูดง่ายๆ อีกทีก็ได้ว่าไม่ไว้ใจ ประชาชนส่วนใหญ่ว่ามีความรู้พอเพียงที่จะเลือกตั้งคน ดีๆ มาดํารง ตําแหน่งอันสูงสุดนี้ ซึ่งความไม่ไว้ใจไม่มั่นใจใน ความรู้ ความสามารถ ตลอดจนความไม่มั่นใจในการตัดสินใจของประชาชน โดยทั่วไป มักจะเป็นปัญหา และข้อแก้ตัวของประเทศที่ไม่สามารถจะให้การปกครอง ระบอบประชาธิปไตยได้ อันรวมถึงประเทศไทย ของเราด้วย

จํานวนของผู้ที่จะไปลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดีจากแต่ละมลรัฐ มีจํานวนไม่เท่ากันการเลือกผู้ที่จะไปลงคะแนน Electoral College Vote นี้ นับจากจํานวนผู้แทนราษฎรของแต่ละมลรัฐบวกกับจํานวนวุฒิสมาชิก ของแต่ละมลรัฐในรัฐสภาแห่งชาติรวมกัน เช่น รัฐอิลลินอยส์ มีผู้แทนราษฎร ในรัฐสภาแห่งชาติ 24 คน และมีสมาชิกวุฒิสภา 2 คน รัฐอิลลินอยส์ก็มี Electoral College Vote 26 เสียง ส่วนรัฐไวโอมิงมี ผู้แทนราษฎรในรัฐสภา แห่งชาติ 1 คน และมีวุฒิสมา ชิก 2 คน รัฐไวโอมิงก็มี Electoral College Vote 3 เสียง (ทุกมลรัฐมีสมาชิกวุฒิสภาเท่ากันคือ มีมลรัฐละ 2 คน ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นนับตามจํา นวนประชาชนของแต่ละมลรัฐ ซึ่งมีขึ้นมีลงเสมอ) เป็นต้น

จํานวนของผู้ที่จะไปลงคะแนนเสียงเลือกประธานาธิบดีจากแต่ละมลรัฐ มีจํานวนไม่เท่ากันการเลือกผู้ที่จะไปลงคะแนน Electoral College Vote นี้ นับจากจํานวนผู้แทนราษฎรของแต่ละมลรัฐบวกกับจํานวนวุฒิสมาชิก ของแต่ละมลรัฐในรัฐสภาแห่งชาติรวมกัน เช่น รัฐอิลลินอยส์ มีผู้แทนราษฎร ในรัฐสภาแห่งชาติ 24 คน และมีสมาชิกวุฒิสภา 2 คน รัฐอิลลินอยส์ก็มี Electoral College Vote 26 เสียง ส่วนรัฐไวโอมิงมี ผู้แทนราษฎรในรัฐสภา แห่งชาติ 1 คน และมีวุฒิสมา ชิก 2 คน รัฐไวโอมิงก็มี Electoral College Vote 3 เสียง (ทุกมลรัฐมีสมาชิกวุฒิสภาเท่ากันคือ มีมลรัฐละ 2 คน ส่วนสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรนั้นนับตามจํา นวนประชาชนของแต่ละมลรัฐ ซึ่งมีขึ้นมีลงเสมอ) เป็นต้น

บรรดาผู้ที่สมัครเข้ารับเลือกตั้งเป็นผู้ลงคะแนน เสียงประธานาธิบดีนั้น เมื่อไปลงคะแนนที่กรุงวอชิง ตัน ดี.ซี. แล้วก็หมดหน้าที่ และบรรดาบุคคล เหล่านี้ ต้องไม่เป็นสมาชิกรัฐสภาแห่งชาติอีกด้วยในเวลาเดียวกัน การเลือกตั้งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกานั้น เป็นผลมาจากความเชื่อดั้งเดิม คือ การไม่ไว้ใจประชาชนนั่นเอง

ดร.โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

Discover Our

ARTICLES

picture-articles

มีรัฐไปทําไม มองแง่ประวัติศาสตร์กับปรัชญา

ครับ ! รัฐบาลไทยรัฐบาลเดียวกัน หน่วยงานก็สังกัดกระทรวงมหาดไทย กระทรวงเดียวกันคอมพิวเตอร์ออนไลน์ก็มีแต่ประชาชนครับต้องเป็น ผู้แจ้งให้หน่วยงานของรัฐทั้งสองทราบเนื่องจากท่านประสานงานกันไม่ได้ ...

21 SEP, 1994
picture-about-us

ความลับเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา

เชื่อหรือไม่ว่าในการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาสองครั้ง ในประวัติศาสตร์นั้นๆ ประชาชนชาวอเมริกันไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ประธานาธิบดีแล้ว ปรากฏว่าเสียงของประชาชนไม่มีความหมาย คนที่ได้ คะแนนเสียงน้อยกว่ากลับได้เป็นประธานาธิบดี

31 OCT, 1995
picture-about-us

ซากแดนของภูมิรัฐศาสตร์

วิชาภูมิรัฐศาสตร์ว่ากันว่าเริ่มที่สวีเดน มาสะสมองค์ความรู้แบบ ทฤษฎีที่สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ และมาเจริญสุดยอดที่เยอรมนี ในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่สองแต่มาเสื่อม ในฐานะวิชาการ หลังจากที่มีระเบิดนิวเคลียร์ ...

18 JAN, 1996